Tuesday, February 28, 2017

ซีเรีย และ เยเมน ในความทรงจำที่สวยงาม : Syria and Yemen. In Fine Memory! (ภาคจบ เยเมน : And the end is Yemen)


สาธารณรัฐเยเมน : Republic of Yemen

เยเมน หรือชื่อเต็ม ๆ ว่า สาธารณรัฐเยเมน ตั้งอยู่ในทวีปเอเชียบริเวณคาบสมุทรอาหรับเป็นหนึ่งในกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ทิศเหนือติดกับประเทศซาอุดิอะราเบีย ทิศตะวันออกติดกับประเทศโอมาน ส่วนทิศตะวันตกติดกับทะเลแดง ทิศใต้ติดกับอ่าวอะเด็น เมืองหลวงของประเทศ ชื่อ ซานา (Sana'a) และใช้ภาษาอาหรับเป็นภาษาราชการ ส่วนสกุลเงินคือ เงินเรียลเยเมน (Yemeni Rial : YER)

เยเมนแบ่งออกเป็นภูมิภาคตามลักษณะภูมิประเทศได้เป็น 4 ภาคใหญ่ ๆ คือ ที่ราบชายฝั่งตะวันตก  (the coastal plains in the west) ที่ราบสูงฝั่งตะวันตก (the western highlands) ที่ราบสูงฝั่งตะวันออก (the eastern highlands) และ ทะเลทรายฝั่งคาบสมุทรอาระเบียทางทิศตะวันออก หรือ รูเบิลกาลี (the Rub al Khali or the Arabia Peninsular)


ที่ราบสูงฝั่งตะวันตก : The western higlands
ซานาและบริเวณใกล้เคียง : Sana'a and its neighborhood

ซานา : Sana'a  


เป็นทั้งเมืองหลวงของประเทศและเมืองที่ใหญ่ที่สุด ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศเยเมน ตัวเมืองแบ่งเป็นสองเขต คือ เขตเมืองใหม่ หรือที่เรียกเป็นภาษาท้องถิ่นว่า อัลจะดิด "al Jadid" และเขตเมืองเก่า หรือ  อัลกะดีมะห์ "al Qadeemah" ซี่งเขตนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกตั้งแต่ปีค.ศ 1986 บ้านเรือนในเขตเมืองเก่ามีลักษณะเป็นเหมือนป้อมปราการที่ปรากฎหลักฐานการตั้งถิ่นฐานของผู้คนมามากกว่า 2,500 ปีมาแล้ว เมื่อเห็นบ้านเรือนที่นี่แล้วบางครั้งทำให้นึกภาพเป็นเหมือนขนมเค้กช็อคโกแลตเป็นแท่ง ๆ และตกแต่งประดับประดาด้วยวิปครีมสีขาว ๆ เต็มไปด้วยฉลุและลวดลายสวยงามมาก ๆ ส่วนคนอื่นจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยนั้น ก็ลองดูจากรูปเอาก็แล้วกัน 

ตลอดเวลาที่อยู่ในซานา ฉันเดินเก็บภาพละชมเมืองอยู่แต่ในย่านเขตเมืองเก่าเท่านั้น เพราะเขตนี้นอกจากจะเป็นที่อยู่อาศัยของชาวเมืองแล้ว ยังเต็มไปด้วยตลาด ร้านค้าต่าง ๆ มากมาย ซึ่งถูกใจคนชอบเดินดูตลาดอย่างฉันเป็นอย่างมาก เวลาแต่ละวันผ่านไปเร็วมาก เดินยังไม่ครบ ดูยังไม่หมดเลย แต่หมดวันซะแล้ว



เขตเมืองเก่าซานา (Old City, Sana'a)

เขตเมืองเก่าซานา (Old City, Sana'a)

เขตเมืองเก่าซานา (Old City, Sana'a)

เขตเมืองเก่าซานา (Old City, Sana'a)

ตลาดแห่งหนึ่งในเขตเมืองเก่าซานา แต่ร้านรวงส่วนใหญ่ปิดพักประมาณบ่ายจนไปถึงเกือบเย็น (One of markets in Old City, all shops are closed for after 1 p.m. till and open again in late afternoon)

ร้านขายอุปกรณ์ทำขนมปัง เขตเมืองเก่าซานา (A bread cooking utensils shop, Old City Sana'a)

เขตเมืองเก่าซานา (Old City, Sana'a)
เขตเมืองเก่าซานา (Old City, Sana'a)

เขตเมืองเก่าซานา (Old City, Sana'a)

เขตเมืองเก่าซานา (Old City, Sana'a)

เขตเมืองเก่าซานา (Old City, Sana'a)

เขตเมืองเก่าซานา (Old City, Sana'a)

เขตเมืองเก่าซานา (Old City, Sana'a)

เขตเมืองเก่าซานา (Old City, Sana'a)

เขตเมืองเก่าซานา (Old City, Sana'a)

จากรูปข้างบน สังเกตกันหรือไม่ว่า ทำไมแก้มผู้ชายเยเมนถึงได้แก้มป่องกลมเหลือเกิน ห้ามตอบว่าเพราะ พวกเขาเหล่านั้นมีความผิดปกติทางร่างกายนะ  เหตุที่มาของความกลมป่องนั้นก็คือ เจ้าใบ หรือ ต้นอ่อนของพืชที่เรียกว่า "กัต (Qat/Khat)" ต่างหาก  ซี่งเป็นไม้พันธ์พุ่มมีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า Catha edulis ปลูกมากในทวีปแอฟริกาและประเทศแถบคาบสมุทรอะราเบีย คนเยเมนส่วนใหญ่โดยเฉพาะผู้ชายจะนิยมเคี้ยวเจ้ากัตนี้ โดยนำใบมาเคี้ยว ๆ และอมอยู่ในปากข้างแก้มจนกลมป่อง เหมือนการเคี้ยวหมากฝรั่งเพียงแต่เจ้ากัตนี้เป่าเป็นลูกโป่งไม่ได้แค่นั้นเอง ส่วนทำไมจะต้องเคี้ยวและดีอย่างไรนั้น เค้าบอกมาว่า เพราะทำให้รู้สึกผ่อนคลายและสงบ ที่สำคัญเมื่อเคี้ยวแล้วทำให้ติด นั่นก็คือใบกัตนี้มีฤทธิ์เป็นสารเสพติดด้วย (แต่ไม่ใช่กัญชา หรือยาเสพติดอื่น ๆ ) บางคนนำใบกัตนี้ไปต้มกับน้ำเป็นเหมือนเครื่องดื่่มสมุนไพร แต่เท่าที่เห็นส่วนใหญ่คนที่นี่เค้าไม่เอาไปต้ม แต่จะเด็ดก้านทิ้งเอาแต่ใบ ใส่ปากเคี้ยว ๆ จนเป็นก้อนกลม ๆ ใหญ่ ๆ ข้างแก้ม

กัต (Qat/Khat)

หลายคนอาจถามว่า แล้วผุ้หญิงหละเคี้ยวใบกัตนี้บ้างหรือเปล่า ก็ต้องขอตอบว่า เคี้ยวด้วยเช่นกัน แต่ทว่าเค้าไม่เปิดเผยหรือไม่เคีี้ยวในที่สาธารณะ ฉันเคยเข้าไปในบ้านและเห็นผู้หญิงนั่งล้อมวงดื่มน้ำชา กาแฟ ขนมหวานและเห็นบางคนก็เคี้ยวด้วยเช่นกัน แต่ตามท้องถนนยังไม่เคยเห็นซักกะที




กัต (Qat/Khat)

ประตูบับ อัลเยเมน บริเวณศูนย์กลางของเขตเมืองเก่าที่มีอายุกว่า 1,000 ปีมาแล้ว (The 1,000 year-old-Bab Al Yemen or the Gate of Yemen)


เขตเมืองเก่าซานายามค่ำคืน  (Old City, Sana'a: A night-scene)

เกคะบาน : Kaukaban/ Kawkaban

เป็นหมูู่บ้านบนยอดเขาเหมือนป้อมปราการที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเยเมน ที่ระดับความสูงเหนือระดับน้ำทะเลที่ 2931 เมตร ในอดีตเคยเป็นหมู่บ้านที่มีย่านของชาวยิวที่อาศัยอยู่จำนวนมากนถึงประมาณกลางคริสตร์ศตวรรษที่ 20 ปัจจุบันไม่เหลือชาวยิวแล้ว คำว่า "เกคะบาน (Kawkaban) หรือ ดาวสองดวง" มีกำเนิดมาจากพระราชวังสองแห่งที่หรูหราถูกสร้างขึ้นในหมู่บ้านแห่งนี้ ซึ่งเป็นที่กล่าวขานของผู้คนในอดีตว่าสวยงามคล้ายคลึงกับดวงดาวในเวลากลางคืนซะเหลือเกิน ในอดีตหมู่บ้านแห่งนี้ถูกเปรียบว่า สร้างขึ้นมาเพื่อให้เป็นที่หลบภัยของชาวเมืองชะบัม ในยามที่ชะบัมถูกโจมตีจากข้าศึก เพราะว่าเกคะบานอยู่บนยอดเขาที่สูงกว่าและมีที่ตั้งที่ดีกว่า เพื่อพักอาศัยเมื่อเกิดสงครามหรือถูกโจมตี เรื่องราวของชะบัมจะอยู่ต่อถัดไป เหตุที่กล่าวถึงเกคะบานก่อน เพราะฉันเลือกพักค้างคืนที่นี่ เหมือนใช้เกคะบานเป็นฐานในการเที่ยวหมู่บ้านหรือเมืองรอบ ๆ หลังออกจากซานา


เกคะบานหมู่บ้านป้อมปราการบนหน้าผา (Kawkaban, the fortified village)

เกคะบานหมู่บ้านป้อมปราการบนหน้าผา (Kawkaban, the fortified village)

เกคะบานหมู่บ้านป้อมปราการบนหน้าผา (Kawkaban, the fortified village)

ยามเย็นที่เกคะบานหมู่บ้านป้อมปราการบนหน้าผา (Evening time at Kawkaban, the fortified village)

พระอาทิตย์ขึ้นที่เกคะบานหมู่บ้านป้อมปราการบนหน้าผา (Sunrise at Kawkaban, the fortified village)
เกคะบานหมู่บ้านป้อมปราการบนหน้าผา (Kawkaban, the fortified village)

เกคะบานหมู่บ้านป้อมปราการบนหน้าผา (Kawkaban, the fortified village)

เกคะบานหมู่บ้านป้อมปราการบนหน้าผา (Kawkaban, the fortified village)

เกคะบานหมู่บ้านป้อมปราการบนหน้าผา (Kawkaban, the fortified village)

เกคะบานหมู่บ้านป้อมปราการบนหน้าผา (Kawkaban, the fortified village)


 ชะบัม เกคะบาน : Shibam Kawkaban


เป็นเมืองเล็ก ๆ ที่อยู่ห่างจากซานาเมืองหลวงไปประมาณ 45 กิโลเมตร ที่ระดับความสูง 2,500 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เมืองชะบัมแห่งนี้ ไม่ใช่เมืองเดียวกันกับ เมืองชะบัม ในแคว้นฮะดรามอิด (Shibam Hadramaout ที่อยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ)  ชะบัมอยู่ห่างจากเกคะบานประมาณ 7 กิโลเมตร (ตามเส้นทางที่เป็นถนน) แต่เส้นทางที่ชาวบ้านแถบนี้นิยมใช้คือเดินลัดขึ้น-ลงทางหน้าผาที่มีบันไดหินเป็นขั้น ๆ ไปมาระหว่างเมืองชะบัม และเกคะบาน ซึ่งทางมีระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตรเท่านั้น ด้วยเหตุนี้บางครั้งเพื่อไม่ให้เกิดความสับสน ผู้คนจึงนิยมเรียกชื่อเมืองแห่งนี้ว่า ชะบัม เกคะบาน (Shibam Kawkaban) แต่ฉันขอเรียกสั้น ๆ ว่า "ชะบัม" ซึ่งจะอยู่ต่ำกว่า ส่วนเกคะบานจะอยู่สูงกว่า เพื่อความเข้าใจง่าย ๆ คือจากเกคะบานถ้าจะมาชะบัม ก็เดินทางลัดลงเขามา แต่ถ้าจากชะบัมจะไปเกคะบาน ก็เดินทางลัดขึ้นเขาไป ระยะทางต่อเที่ยวคือประมาณ 2 กิโลเมตรเท่านั้น ใครไปแถวนั้นอยากบริหารต้นขาและน่อง ก็สามรถเดินขึ้น-ลงได้หลาย ๆ เที่ยวตามแต่ใจจะรักจะชอบ ก็ไม่มีใครว่ากัน ถือซะว่าเพื่อความแข็งแรงและกระชับของร่างกายส่วนล่างไปก็แล้วกันจะได้หายเหนื่อย


ทิวทัศน์ระหว่างทางตอนเดินทางลัดลงเขาจากเกคะบานมาชะบัม (Scenic view while walking downhill from Kawkaban to Shiabam)

ทิวทัศน์ระหว่างทางตอนเดินทางลัดลงเขาจากเกคะบานมาชะบัม (Scenic view while walking downhill from Kawkaban to Shiabam)

ข้างล่างนั้นไซร้คือชะบัม (And down there is Shibam)

เมืองชะบัม เกคะบาน (Shibam Kawkaban)

ในตัวเมืองของชะบัมนั้นก็แบ่งคล้าย ๆ กับตัวเมืองของซานา ตรงที่แบ่งออกเป็นสองส่วนคือ เขตเมืองเก่า กับ เขตเมืองใหม่ และบริเวณหน้าผาสูงจะมองเห็นเป็นโพรงหลาย ๆ แห่ง ซึ่งในสมัยอดีตโพรงหรือถ้ำเล็ก ๆ ที่ปรากฏนี้เป็นที่อยู่อาศัยของชนมนุษย์ที่เป็นชนเผ่าที่อาศัยอยู่ในถ้ำที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า ทร็อคโกรไดท์ (troglodyte) ในที่นี้ขอเรียก มนุษย์ถ้ำแล้วกัน


ชะบัม เกคะบาน (Shibam Kawkaban)

ชะบัม เกคะบาน และหน้าผาที่ถูกเจาะเป็นโพรงซึ่งเป็นที่อาศัยของมนุษย์ถ้ำในอดีต (Shibam Kawkaban and the troglodytic cliff)

ชะบัม เกคะบาน และหน้าผาที่ถูกเจาะเป็นโพรงซึ่งเป็นที่อาศัยของมนุษย์ถ้ำในอดีต (Shibam Kawkaban and the troglodytic cliff)
ทางขึ้นไปเขตเมืองเก่าชะบัม เกคะบาน (Up to the old city Shibam Kawkaban)

เขตเมืองเก่าชะบัม เกคะบาน (Old City Shibam Kawkaban)

เขตเมืองเก่าชะบัม เกคะบาน (Old City Shibam Kawkaban)

ธุด์ทลา : Thulla

เป็นเมืองที่มีลักษณะเป็นเหมือนป้อมปราการ อยู่ห่างจากเมืองชะบัม เกคะบานประมาณ 3 กิโลเมตร ถ้ามาจากเกคะบาน จะผ่านชะบัม และ ธุท์ดลา ตามลำดับ ลักษณะบ้านเรือนของที่นี่ก็คล้าย ๆ กับบ้านเรือนในหมู่บ้านเพื่อนบ้านใกล้เคียงทั้งสองแห่ง คือ สร้างด้วยหินทราย แกะสลักลวยลายสวยงาม กลางหมู่บ้านมีแอ่งน้ำขนาดใหญ่ไว้อุปโภค  เนื่องด้วยที่ตั้งเป็นภูเขาสูง ทำให้สามารถมองเห็นทัศนียภาพของภูเขาและไร่สวนแบบขั้นบันไดของเยเมนได้ไกลสุดลูกหูลูกตาเลยทีเดียว



ธุด์ทลา (Thulla)

ธุด์ทลา (Thulla)

ทัศนียภาพแบบขั้นบันไดที่มองเห็นสุดลูกหูลูกตา เมื่อมองจากหมู่บ้านธุด์ทลา (The terraced landscape, viewed from Thulla Village)

ทางเดินในหมู่บ้านที่ทางยูเนสโกเป็นผู้ปูทางให้ (Pavement from the grace of UNESCO) 

ธุด์ทลา (Thulla)
บ่อเก็บน้ำอุปโภคในหมู่บ้าน (Cistern)
บ่อเก็บน้ำอุปโภคในหมู่บ้าน (Cistern)


อัคตะวิหละ : At-Tawilah/At-Tawila

อยู่ห่างจากชะบััมประมาณ 35 กฺิโลเมตรไปทางทิศตะวันตก ทุกวันอาทิตย์และวันศุกร์ อัตตะวิหละถูกสร้างขึ้นในบริเวณที่เป็นช่องว่างระหว่างภูเขาหินแหลมจำนวน 4 ลูกด้วยกัน ได้แก่ อัลมะจูร์ (Al-Mahjur) อัลหม่าหงึค (Al-Manqut) อัลชัมซัน (Al-Shamsan) อัลฮัวซึึึ (Al-Husn) ทุก ๆ วันอาทิตย์และวันศุกร์จะมีตลาดที่สร้างสีสันและความมีชีวิตชีวาให้กับหมู่บ้านแห่งนี้ด้วย



อัคตะวิหละ (At-Tawilah)

อัคตะวิหละ (At-Tawilah)

อัคตะวิหละ (At-Tawilah)

อัคตะวิหละ (At-Tawilah)

อัคตะวิหละ (At-Tawilah)

อัคตะวิหละ (At-Tawilah)

อัคตะวิหละ (At-Tawilah)

อัคตะวิหละ (At-Tawilah)

บุคเกอะร์ : Boukur


เป็นหน้าผาที่สูงที่ยื่นออกไป ผู้คนส่วนใหญ่ที่ผ่านมามักจะไปยืนถ่ายรูป ถือเป็นแลนด์มาร์คของที่นี่ ด้านล่างเต็มไปด้วยไร่สวนแบบขั้นบันได พืชส่วนใหญ่ที่ปลูกคือ กาแฟ ธัญพืช ข้าวโพด ข้าวฟ่าง และต้นกัต นั่นเอง


ทิวทัศน์ระหว่างทางไปบุคเกอะร์ (Along the way from At-Tawilah to Boukur)

ทิวทัศน์ระหว่างทางไปบุคเกอะร์ (Along the way from At-Tawilah to Boukur)

หน้าผาบุคเกอะร์ (Boukur Rock)

หน้าผาบุคเกอะร์ (Boukur Rock)


หน้าผาบุคเกอะร์ (Boukur Rock)
ทิวทัศน์ระหว่างทางไปบุคเกอะร์ (Along the way from At-Tawilah to Boukur)

ทิวทัศน์ระหว่างทางไปบุคเกอะร์ (Along the way from At-Tawilah to Boukur)

ทิวทัศน์ระหว่างทางไปบุคเกอะร์ (Along the way from At-Tawilah to Boukur)


ทิวทัศน์ระหว่างทางไปบุคเกอะร์ (Along the way from At-Tawilah to Boukur)


ระกาติ : Zakati/Zakatine

เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ บนหน้าผาที่ถูกทิ้งร้างตั้งอยู่ไม่ไกลจากหน้าผาบุคเกอะร์ ปัจจุบันทรุดโทรมเป็นซากปรักหักพัง ไกด์ที่พาไปบอกว่าเหลือแค่ครอบครัวเดียวเท่านั้นที่อาศัยอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้


ระกาติ (Zakati)

ระกาติ (Zakati)

ระกาติ (Zakati)

ระกาติ (Zakati)

ระกาติ (Zakati)

ฮาบาบะ : Hababa

เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ระหว่างชะบัมและธุด์ทลา มีชื่อเสียงว่าเป็นหมู่บ้านที่มีสถาปัตยกรรมบ้านเรือนที่สวยงามแห่งหนึ่ง และมีอ่างเก็บน้ำสำหรับอุปโภคในหมู่บ้านที่สวยงาม และปัจจุบันนี้ชาวบ้านชาวเมืองยังพึี่งพาอาศัยน้ำจากแหล่งน้ำนี้อยู่ ซึ่งตั้งอยู่ติดกับมัสยิดประจำหมู่บ้าน ถ้ามาในช่วงที่มีการสวดมนต์ ก็จะเห็นผู้ชายกำลังชำระร่างกาย ก่อนเข้ามัสยิด ในขณะที่ผู้หญิงและเด็ก ก็จะมาตักน้ำใส่ถังหรือภาชนะอื่น ๆ จากอ่างเก็บน้ำนี้เพื่อนำกลับไปใช้ในครัวเรือนสลับกันไป  แต่วันที่ฉันไปและภาพที่ฉันเห็นนั้น เป็นเด็กโตมาเล่นน้ำแทน

ฮาบาบะ (Hababa)

ฮาบาบะ (Hababa)

ฮาบาบะ (Hababa)


ฮาบาบะ (Hababa)

ฮาบาบะ (Hababa)

ฮาบาบะ (Hababa)

ที่ราบสูงบริเวณเทือกเขาฮารอล (Djebel Haraz)

อัลมะวิต : Al-Mawhit

ตั้งอยู่ทางตอนบนของซานา ค่อนไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ และมีระยะทางห่างจากซานาประมาณ 115 กิโลเมตร แต่เนื่องจากฉันเดินทางอยู่ในแถบเกคะบาน เลยไม่จำเป็นต้องนั่งรถลงมาถึงซานา เพียงแต่นั่งจากเกคะบาน มาลงทางแยกที่เรียกว่า คามัสพานิซัด (Khamis Bani Sa'd) จากนั้นก็มาต่อรถที่นี่เพื่อไปยังอัลมะวิต ซึ่งถนนหนทางจากเกคะบานมาคามัสพานิซัดนั้น เรียกได้ว่ากระแทกกระทั้นสุดฤทธิ์ ใครทานอิ่ม ๆ งานนี้มีกระฉอกออกมาเป็นแน่ ถนนที่ใช้ ฉันไม่กล้าเรียกว่าถนนได้เต็มปากนัก เพราะว่า มันเป็นเหมือนแม่น้ำที่แห้งขอดแล้วซะมากกว่า สองข้างทางเป็นภูเขา เหมือนเรากะลังวิ่งรถอยู่ในหุบเขาเลย ขอย้ำว่าเป็นถนนจริง ๆ ที่ผู้คนใช้สัญจรไปมาระหว่างเมือง การเดินทางบนถนนเส้นนี้สนุกสนานได้รสได้ชาดไปอีกแบบ กระแทกกระทั้นไปทั่วตัว และทุกครั้งที่กระแทกก็จะร่วมหัวเราะไปกับเพื่อนร่วมชะตากรรมบนรถชาวเยเมนกันอย่างสนุกสนาน เวลารถกระแทกแต่ละที ระบมทั่วตัว แต่วิวสองข้างทางนั้น เลิศสุด ๆ ยอดเยี่ยมยิ่งกว่าคุณภาพถนน  


อัลมะวิตเป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่บนยอดเขาที่ระดับความสูง 2000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลบริเวณเทือกเขาฮารอล (Haraz Mountains) นอกจากนี้แล้วอัลมะวิตและบริเวณใกล้เคียงเป็นพื้นที่สำคัญที่มีทางการเพาะปลูก พืชเศรษฐกิจที่ปลูกประกอบด้วย กาแฟ ยาสูบ ข้าวโพด ข้าวฟ่าง และ กัต




ทิวทัศน์สองข้างทาง (Scenery along the way to Al-Mawhit)

ทิวทัศน์สองข้างทาง (Scenery along the way to Al-Mawhit)

อัลมะวิต (Al-Mawhit)
อัลมะวิต (Al-Mawhit)

อัลมะวิต (Al-Mawhit)

อัลมะวิต (Al-Mawhit)


อัลมะวิต (Al-Mawhit)

อัลมะวิต (Al-Mawhit)

อัลมะวิต (Al-Mawhit)

อัลมะวิต (Al-Mawhit)

อัลมะวิต (Al-Mawhit)

อัลมะวิต (Al-Mawhit)

อัลมะวิต (Al-Mawhit)

อัลมะวิต (Al-Mawhit)

อัลมะวิต (Al-Mawhit)

อัลฮายารา : Al-Hajjara

จากอัลมะวิตฉันนั่งรถต่อมาที่มะนะกา (Manakah) จากนั้นก็เปลี่ยนรถที่บริเวณคิวรถที่จะไปต่อที่อัลฮายารา (Al-Hajjara/Al-Hajarah/Al-Hajjerah) ถ้าถามว่าที่บริเวณไหนของมะนะกานั้น จำไมได้แล้ว แต่ไม่ยากบอกคนขับเค้าก็จะจอดให้เราลงบริเวณที่มีรถต่อไปยังที่หมายโดยไม่ยากเย็นอะไร 

อัลฮายาราเป็นหมู่บ้านบนยอดเขาเหมือนป้อมปราการสูง เป็นหมู่บ้านที่นักท่องเที่ยวนิยมมาใช้เป็นฐานในการเดินป่าเดินเขาไต่เขาอะไรประมาณนี้ หรือที่เค้าเรียกกันทับศัพท์และติดปากว่า การเทรคกิ้งหรือไฮกิ้งค์ (trekking/hiking) นั่นเอง ลักษณะบ้านเรือนที่นี่ตั้งอยู่บนเขาสูงมีทางเดินในหมู่บ้านเป็นถนนเล็ก ๆ แคบ ๆ คำว่า ฮายา ในภาษาอะราบิค แปลว่า หินหรือก้อนหิน อัลฮายาราตั้งอยู่ที่ความสูง  2,400 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล


อัลฮายารา  (Al-Hajjara)

อัลฮายารา  (Al-Hajjara)

อัลฮายารา  (Al-Hajjara)

อัลฮายารา  (Al-Hajjara)

อัลฮายารา  (Al-Hajjara)

อัลฮายารา  (Al-Hajjara)

อัลฮายารา  (Al-Hajjara)

อัลฮายารา  (Al-Hajjara)

อัลฮายารา  (Al-Hajjara)

อัลฮายารา  (Al-Hajjara)

อัลฮายารา  (Al-Hajjara)

อัลฮายารา  (Al-Hajjara)

อัลฮายารา  (Al-Hajjara)
อัลฮายารา  (Al-Hajjara)

อัลฮายารา  (Al-Hajjara)

อัลฮายารา  (Al-Hajjara)

อัลฮายารา  (Al-Hajjara)

อัลฮูเตบ และ กาเฮะล์ : Al-Houteip and Kahel


ฉันจ้างไกด์หรือคนนำทางกับทางโรงแรมที่พักในอัลฮายารา เพื่อออกไปเดินป่า จริง ๆ ไม่น่าจะเรียกป่า น่าจะเรียกเขาและหมู่บ้านบนเขามากกว่า เอาเป็นว่าขอยืมคำศัพท์ภาษาอังกฤษมาใช้แบบไม่แปล ว่า ออกไปเทร็คกิ้งตั้งแต่เช้า จนถึงประมาณ สี่โมงเย็น ถ้าจะถามเส้นทางว่าใช้เส้นไหน อันนี้จำไม่ได้แล้ว รู้แต่ว่าเดินตามไกด์บอก เดินไปเรื่อย ๆ จนถึงหมู่บ้าน ฮัลฮูเตบ และกาเฮะล์ ซึ่งเป็นหมู่บ้านบนยอดเขาเหมือนกัน อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 2,550 เมตร บริเวณเทือกเขาฮารอล (Haraz Moutains) สองข้างทางเป็นภูเขาสูง และมีพื้นที่ราบเชิงเขาที่เป็นไร่เพาะปลูก นอกจากนี้ยังเต็มไปด้วยต้นกระบองเพชรและต้นยูคาลิปตัส 

ทิวทัศน์ที่เห็นระหว่างเดินเขาจากฮัลยาราไปอัลฮูเตบ(Scenery along the way  from Al-Hajjara to Al-Houteip)


ทิวทัศน์ที่เห็นระหว่างเดินเขาจากฮัลยาราไปอัลฮูเตบ(Scenery along the way  from Al-Hajjara to Al-Houteip)

อัลฮูเตบหมู่บ้านที่ผู้คนนิยมมาจาริกแสวงบุญ (Al-Houteip)

อัลฮูเตบ (Al-Houteip)

อัลฮูเตบ (Al-Houteip)

อัลฮูเตบ (Al-Houteip)

อัลฮูเตบ (Al-Houteip)

ทิวทัศน์ที่เห็นระหว่างเดินเขาจากอัลฮูเตบไปกาเฮะล์ (Scenery along the way  from Al-Houteip to Kahel)

ทิวทัศน์ที่เห็นระหว่างเดินเขาจากอัลฮูเตบไปกาเฮะล์ (Scenery along the way  from Al-Houteip to Kahel)

ทิวทัศน์ที่เห็นระหว่างเดินเขาจากอัลฮูเตบไปกาเฮะล์ (Scenery along the way  from Al-Houteip to Kahel)

ทิวทัศน์ที่เห็นระหว่างเดินเขาจากอัลฮูเตบไปกาเฮะล์ (Scenery along the way  from Al-Houteip to Kahel)

กาเฮะล์ (Kahel)

ดอกกระบองเพชรริมทาง (Cactus)

กาเฮะล์ (Kahel)


กาเฮะล์ (Kahel)

กาเฮะล์ (Kahel)

กาเฮะล์ (Kahel)


ไร่สวนใกล้ ๆ กับ กาเฮะล์ (Terraced fields closed to Kahel)

"คนเลี้ยงสัตว์" อีกหนึ่งวิถีชีวิตของผู้คนใกล้ ๆ กับกาเฮะล์ ("Shepherd", way of life here , closed to Kahel) 

กาเฮะล์ (Kahel)

จากที่ราบสูงฝั่งตะวันตก สู่ ที่ราบฝั่งตะวันตก หรือที่เรียกว่า จากที่ราบสูงฮารอล สู่ ฝั่งติฮามะห์ : From Djebel Haraz to Tihamah / From the western highlands to the coastal plain in the west



เมืองใหญ่ที่สุดของพื้นที่ฝั่งที่ราบตะวันตกคือเมือง อัลฮูไดดาห์ (Al-Hudydah) ที่เป็นเมืองชายฝั่งทะเล บริเวณทะเลแดง (Red Sea) แต่ฉันไม่ได้พักหรือแวะเยี่ยมชมเมืองนี้ เนื่องจากเป้าหมายต่อไปคือ ราเบ็ล (Zabid) ซึ่งอยู่ทางใต้ของอัลฮูไดดาห์ถ้ามาจากอัลฮายารา จึงได้แต่เก็บภาพทิวทัศน์สองฝั่งทางมาฝากเท่านั้น

วิวข้างทางจากอัลฮายารา มา อัลฮูไดดาห์ หรือลักษณะภูมิประเทศของฝั่งติฮามะห์ (Scenery from Al-Hajjara to Al-Hudydah or Tihamah)

วิวข้างทางจากอัลฮายารา มา อัลฮูไดดาห์ หรือลักษณะภูมิประเทศของฝั่งติฮามะห์ (Scenery from Al-Hajjara to Al-Hudydah or Tihamah)

วิวข้างทางจากอัลฮายารา มา อัลฮูไดดาห์ หรือลักษณะภูมิประเทศของฝั่งติฮามะห์ (Scenery from Al-Hajjara to Al-Hudydah or Tihamah)

วิวข้างทางจากอัลฮายารา มา อัลฮูไดดาห์ หรือลักษณะภูมิประเทศของฝั่งติฮามะห์ (Scenery from Al-Hajjara to Al-Hudydah or Tihamah)


วิวข้างทางจากอัลฮายารา มา อัลฮูไดดาห์ หรือลักษณะภูมิประเทศของฝั่งติฮามะห์ (Scenery from Al-Hajjara to Al-Hudydah or Tihamah)


ราเบ็ล : Zabid

เป็นหนึ่่งในเมืองที่เก่าแก่ที่สุดของเยเมน ในคริสตร์ศตวรรษที่ 13-15 ราเบ็ลเคยเป็นเมืองหลวงของประเทศ ตั้งอยู่ห่างจากอัลฮูไดดาห์มาทางใต้ประมาณ 100 กิโลเมตร คำว่า วาดิ ราเบ็ล (Wadi Zabid) แปลว่า หุบเขาแห่งภาคใต้ ในอดีตมหาวิทยาลัยแห่งเมืองราเบ็ล (University of Zabid) ถือว่าเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำและมีชื่อเสียงมากในหมู่ประเทศอาหรับและมุสลิม ถือเป็นศูนย์กลางทางการศึกษาและการวิจัย มีนักศึกษาจากประเทศต่าง ๆ นิยมมาศึกษาที่นี่ เช่น จากมาดากัสการ์ จากกรุงแซนซิบาร์ ประเทศแทนซาเนีย จากอินเดีย และจากอินโดนีเซีย ปัจจุบันมหาวิทยาลัยราเบ็ลถือเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยหรือถือเป็นหนึ่งในตัวแทนของภาพลักษณ์เยเมนสมัยใหม่ด้วย นอกจากนี้แล้วเมืองราเบ็ลแห่งนี้ยังได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกจากยูเนสโกในตั้งแต่ปี ค.ศ. 1993 เป็นต้นมา แต่ในปีค.ศ.2000 ยูเนสโกได้จัดระดับให้เมืองราเบ็ลและมหาวิทยาลัยราเบ็ลเป็นหนึ่งในมรดกโลกที่อยู่ในภาวะวิกฤติ เนื่องจากการขาดการทำนุบำรุงจากรัฐบาลเยเมนและขาดการดูแลรักษาสภาพของเมืองไว้ในอยู่ในสภาพที่ดี จากรายงานของยูเนสโกพบว่า ประมาณร้อยละ 40 ของบ้านเรือนแบบโบราณ ถูกทำลายและทดแทนด้วยตึกรามบ้านช่องที่เป็นซีเมนต์ ส่วนบ้านเรือนที่เหลือ และตลาดโบราณก็อยู่ในสภาพที่เรียกว่าอยู่ในสภาพที่ทรุดโทรมลง  ถ้าเมืองแห่งนี้ยังไม่ได้รับการทะนุบำรุงมรดกทางวัฒนธรรมของตัวเมืองภายในระยะสองปีนับตั้งแต่ยูเนสโกมีรายงานต่อรัฐบาลเยเมนแล้ว ยูเนสโกอาจจะต้องถอนชื่อเมืองนี้ออกจากเมืองมรดกโลก 

ตั้งแต่ปีค.ศ. 2007 เป็นต้นมาหน่วยงานที่มีหน้าที่ทะนุบำรุงและอนุรักษ์เมืองเก่าด้านประวัติศาสตร์ของในประเทศเยเมนที่ได้ตั้งขึ้นเมื่่อค.ศ. 1990 (General Organisation of the Preservation of Historic Cities in Yemen/ GOPHCY) ซึ่งมีสำนักงานท้องถิ่นประจำเมืองราเบ็ลได้ทำการฟื้นฟูและอนุรักษ์ซ่อมแซมสภาพของเมืองโบราณแห่งนี้ให้กลับมามีสภาพที่ดีทั้งทางด้านภูมิสภาพหรือภาพลักษณ์ วัฒนธรรมและเศรษฐกิจ โดยได้เริ่มโครงการปรับปรุงโครงสร้างพื้นทางของเมืองให้ดีกลับมาอยู่ในสภาพที่ดี ซึ่งโครงการนี้ได้รับการสนับสนุนทางด้านการเงินจากองค์การให้ความช่วยเหลือทางด้านเทคนิคของเยอรมัน (German Technical Assistance/GTZ)

บ้านเรือนแบบโบราณที่ย่านคนยิว (Jewish Quarter in Zabid)

การก่อสร้างบ้านเรือนแบบโบราณ (Traditional construction style) 

ราเบ็ล (Zabid)

ราเบ็ล (Zabid)

ราเบ็ล (Zabid)

ราเบ็ล (Zabid)



ราเบ็ล (Zabid)

ราเบ็ล (Zabid)

ราเบ็ล (Zabid)

ราเบ็ล (Zabid)

ราเบ็ล (Zabid)

ราเบ็ล (Zabid)


ราเบ็ล (Zabid)

มัสยิดราเบ็ล (Zabid Mosque)



ราเบ็ล (Zabid)


อัลคัคคาห์ : Al-Khawkhah


อยู่ทางใต้ของราเบ็ล เป็นเมืองชายฝั่งทะเลแดง (Red Sea) เป็นเมืองที่มีอุณหภูมิร้อนที่สุดเมืองหนึ่งของโลกเลยก็ว่าได้ โชคดีที่อยู่ติดทะเลเลยช่วยทำให้คลายร้อนได้บ้าง จำได้ว่าตอนที่ฉันพักอยู่ที่นี่ แทบจะไม่ได้อยู่ในห้องพักเลย เพราะว่าที่เมืองนี้ ณ ตอนนั้นยังไม่มีไฟฟ้าทั้งวัน ประมาณเจ็ดโมงเช้า พอไฟถูกตัด ก็จะร้อนมาก ๆ อยู่ในห้องแทบไม่ได้ ต้องพุ่งออกมานอกห้อง สถานที่ที่ดีที่สุดคือ ริมหาด แต่ก็อย่างว่า ที่ริมหาดก็ไม่ได้มีต้นไม้ที่มีร่มเงาเพื่อบังแดดได้ฉะนั้นสิ่งที่ทำได้คือ หาผ้าพันชายหาด ผ้าถุง(ถ้ามีติดตัว) หรือ ผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ ๆ มาขึงทำเป็นที่บังแดดเอา อุณหภูมิในหน้าร้อนปกติจะสูงกว่า 48 องศาเซลเซียสเลยทีเดียว ส่วนทะเลแดงนั้นเรียกได้ว่า คลื่นไม่สูงมาก และลมค่อนข้างดี ทำให้คลายร้อนได้บ้าง




วิถิชีวิตชาวประมงที่อัลคัคคาห์ (Fishermen at Al-Khawkhah)

วิถิชีวิตชาวประมงที่อัลคัคคาห์ (Fishermen at Al-Khawkhah)

วิถิชีวิตชาวประมงที่อัลคัคคาห์ (Fishermen at Al-Khawkhah)


ชายหาดอัลคัคคาห์ (Al-Khawkhah Beach)

พระอาทิตย์ตกดินเอ๊ยตกน้ำที่ทะเลแดง (Sunset at The Red Sea)

จากที่ราบฝั่งตะวันตกกลับสู่ที่ราบสูงฝั่งตะวันตกที่ตาเอ็ดมะ : From the coastal plains in the west back to the western highlands in Ta'izz


ตาเอ็ดมะ/ตาอิดเรอะ: Ta'izz/Taiz


เป็นเมืองใหญ่อันดับสามของเยเมน ตั้งอยู่ที่ความสูงประมาณ 1,500 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เป็นเหมือนศูนย์กลางทางด้านอุตสาหกรรมและการค้าของประเทศ และถือเป็นเมืองหลวงทางด้านวัฒนธรรม เค้าว่ากันว่าตาเอ็ตมะถือว่าเป็นเมืองที่ค่อนข้างเป็นเมืองเปิด และผู้คนมีอัธยาศัยไมตรีที่ดีที่สุดของประเทศอีกด้วย

ต้นเบาบับ (Baobab)

ต้นเบาบับ (Baobab)

ทิวทัศน์ระหว่างทางจากอัลคัคคาห์มาตาเอ็ดมะ (Scenery from Al-Khawkhah to Ta'izz)

ทิวทัศน์ระหว่างทางจากอัลคัคคาห์มาตาเอ็ดมะ (Scenery from Al-Khawkhah to Ta'izz)

ทิวทัศน์ระหว่างทางจากอัลคัคคาห์มาตาเอ็ดมะ (Scenery from Al-Khawkhah to Ta'izz)

ทิวทัศน์ระหว่างทางจากอัลคัคคาห์มาตาเอ็ดมะ (Scenery from Al-Khawkhah to Ta'izz)

ตาเอ็ดมะ (Ta'izz)


ตาเอ็ดมะ (Ta'izz)

ตาเอ็ดมะ (Ta'izz)

ดจิบลา : Jibla/Jiblah

อยู่ทางเหนือของเมืองตาเอ็ดมะไปประมาณ 61 กฺิโลเมตร ในอดีตช่วงสมัยของพระราชินีเอรวา (Queen Arwa) ได้ย้ายเมืองหลวงจากซานา มาที่ดจิบลาแห่งนี้ด้วย และพระองค์ยังทรงสร้างโรงเรียนและมัสยิดหลาย ๆ แห่งเพื่อสำหรับสตรีชาวเยเมนที่เมืองนี้ และพระองค์ยังทรงสนับสนุนด้านการกสิกรรม การชลประทาน ด้วยการสร้างระบบท่อส่งน้ำเพื่อนำน้ำมาใช้อุปโภคบริโภคในเมืองดจิบลาอีกด้วย

ดจิบลา (Jibla)

ดจิบลา (Jibla)

ร้านขายเนื้อในดจิบลา (A butcher shop in Jibla)

ร้านขายผักและผลไม้ (Fruits and vegetables shop)

ดจิบลา (Jibla)

ร้านขายผักและผลไม้ (Fruits and vegetables shop)

ดจิบลา (Jibla)

ดจิบลา (Jibla)

ดจิบลา (Jibla)

ดจิบลา (Jibla)

ดจิบลา (Jibla)

ดจิบลา (Jibla)


ล่องใต้สู่อะเด็น : Heading South to Aden



อะเด็นเป็นเมืองท่าทางภาคใต้ของเยเมน ตรงบริเวณอ่าวอะเด็นที่เป็นชื่อเดียวกับชื่อเมือง ในอดีตเยเมนแบ่งเป็นสองประเทศ คือ เยเมนเหนือ (North Yemen) หรือ สาธารณรัฐอาหรับเยเมน (Yemen Arab Republic) ที่มีเมืองหลวงคือซานา ส่วนอีกประเทศหนึ่งคือ เยเมนใต้ (South Yemen) หรือสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเยเมน (People's Democratic Republic of Yemen) ซึ่งมีเมืองหลวงคืออะเด็น ต่อมาในวันที่ 22 พฤษภาคม ค.ศ.1990 เยเมนใต้ได้รวมเข้าเป็นหนึ่งเดียวกันกับเยเมนเหนือ กลายเป็นประเทศสาธารณรัฐเยเมน (Republic of Yemen) ในปัจจุบัน และเมืองอะเด็นในปัจจุบันยังถือเป็นเมืองอุตสาหกรรมของเยเมน ด้วยมีการค้นพบแหล่งน้ำมันดิบ แต่อย่างไรก็ตามผลผลิตหลักของเมืองนี้ยังเป็นผลผลิตจากการเพาะปลูกอยู่ เช่น ผลไม้ ธัญพืช นอกจากนี้ประชาชนยังมีการประกอบอาชีพเลี้ยงสัตว์และทำประมงอีกด้วย


ชายหาดอะเด็น (Aden Beach)

ชายหาดอะเด็น (Aden Beach)

ชายหาดอะเด็น (Aden Beach)

ชายหาดบีราลีที่เป็นหมู่บ้านชาวประมง (Bir Ali  Beach)

อะเด็น (Aden)

อะเด็น (Aden)

อะเด็น (Aden)


ยามว่างของชาวประมงที่บีราลี (Taking a break, fishermen at Bir Ali)


ฮะมัมดัมท์ : Hammam Damt

เป็นเมืองเล็ก ๆ ระหว่างทางจากอะเด็นขึ้นไปซานา (หรือในทางกลับกัน ก็จากซานาลงมาทางอะเด็น) เป็นเมืองที่มีน้ำพุร้อนที่ไหลมาจากตีนหรือถ้าจะเรียกแบบสุภาพก็คือเชิงภูเขาไฟ ชาวเยเมนส่วนใหญ่นิยมมาแช่น้ำร้อนที่นี เพื่อการพักผ่อนและการบำบัดรักษาโรค



ปล่องภูเขาไฟที่ดับแล้วที่ฮะมัมดัมท์ (Crater, Hammam Damt)

ปล่องภูเขาไฟที่ดับแล้วที่ฮะมัมดัมท์ (Crater, Hammam Damt)

ตัวเมืองฮะมัมดัมท์ (Hammam Damt)

ตัวเมืองฮะมัมดัมท์ (Hammam Damt)



ฮะมัมดัมท์ (Hammam Damt)

ฮะมัมดัมท์ (Hammam Damt)


ท้ายสุดที่"ซานา" ก่อนกลับ : Last before leave "Sana'a" once again


ซานา (Sana'a)

ซานา (Sana'a)

ซานา (Sana'a)

ซานา (Sana'a)

ซานา (Sana'a)

ซานา (Sana'a)


ซานา (Sana'a)

ซานา (Sana'a)

ซานา (Sana'a)

ซานา (Sana'a)

ซานา (Sana'a)

ซานา (Sana'a)

ซานา (Sana'a)

ซานา (Sana'a)

ซานา (Sana'a)

ซานา (Sana'a)



ปัจจุบันนี้การเดินทางท่องเที่ยวในประเทศเยเมนไม่เป็นที่แนะนำ ประเทศในซีกโลกตะวันตกทั้งสหรัฐอเมริกา แคนาดา อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน รวมถึง ออสเตรเลีย และอีกหลายประเทศอื่น ๆ  ได้ออกคำเตือนแจ้งให้ประชาชนของตัวเองให้งดการเดินทางท่องเที่ยวในเยเมนถ้าไม่มีกิจจำเป็น หรือถ้าต้องเดินทางผู้เดินทางต้องรับผิดชอบความปลอดภัยของตัวเอง เนื่องด้วยสถานการณ์การก่อการร้ายและสงครามกลางเมือง ที่เกิดขึ้นในประเทศที่สวยงามแห่งนี้หลายครั้งหลายครา น่าเสียดายที่สถานการณ์ความรุนแรงต่างๆ ทำให้หนึ่งในประเทศที่ร่ำรวยทางด้านวัฒนธรรมและวิถีชีวิตเฉกเช่นเยเมน มีโอกาสได้ต้อนรับนักเดินทางจากต่างถิ่นให้เข้าไปสัมผัสความสวยงามและความร่ำรวยเหล่านั้นได้ลดน้อยถอยลงไปอีก


ในขณะที่ฉันเดินทางท่องเที่ยวที่เยเมนในปีค.ศ. 2009 นั้น การเดินทางสามารถทำได้อย่างราบรื่น เพียงแต่เมื่อไปถึงเมืองซานาที่เป็นเมืองหลวงแล้ว ฉันต้องแจ้งแผนการเดินทางทั้งหมดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อนที่จะออกเดินทางต่อไปเมืองอื่น ๆ นั่นหมายถึง นักท่องเที่ยวต้องไปสถานีตำรวจและแจ้งกำหนดการ รวมถึงแสดงหนังสือเดินทางของตัวเองและผู้ร่วมเดินทางคนอื่น ๆ ตลอดระยะเวลาที่อยู่ในเยเมน และเจ้าหน้าที่จะให้เอกสารหรือกระดาษแผ่นหนึ่ง ที่เขียนรายละเอียดการเดินทางของเรากลับมา และต้องนำเอกสารแผ่นนี้ไปถ่ายเอกสารทำสำเนาติดตัวไว้หลาย ๆ แผ่น รวมถึงหนังสือเดินทางของเรา เผื่อเอาไว้ในกรณีที่ระหว่างทางจะมีการขอตรวจ ซึ่งขั้นตอนที่ว่าไม่ได้ยุ่งยากอะไร ถึงด่านตรวจแต่ละจุดระหว่างทาง หรือบางทีคนขับรถโดยสารที่เราจะโดยสารไปด้วย อาจจะขอดูเราก็ให้ดู บางด่านอาจจะขอแค่ดูและส่งเอกสารคืน แต่บางด่านบางจุดอาจขอสำเนาไปก็มี ส่วนสถานีตำรวจจะเป็นที่ไหนนั้นให้ถามกับทางโรงแรมที่พักซึ่งเค้าจะบอกสถานที่อย่างละเอียดอีกทีหนึ่ง



การเดินทางที่นี่ส่วนใหญ่ฉันใช้บริการรถโดยสาร หรือแท๊กซี่ระหว่างเมือง ที่มีอยู่ทั่วไป ส่วนราคานั้นบางทีเค้าก็จะให้เราเหมาทั้งคันและรถก็จะออกเลย  แต่ถ้าเราไม่อยากเหมาจ่ายทั้งคันรวมถึงมีเวลารอมากพอ ก็ใช้วิธีว่า ไม่เป็นไรฉันไม่รีบ รถออกเมื่อไหร่ หรือรถเต็มเมื่อไหร่ ก็ไปเมื่อนั้นได้เช่นกัน อันนี้ก็ต้องวัดดวงว่ารอกันนานแค่ไหน กว่าจะมีผู้โดยสารเต็มคัน หรือ ในปริมาณมากพอที่คนขับจะยอมเคลื่อนรถออกจากท่าซะที ส่วนอีกวิธีหนึ่งคือการเช่ารถพร้อมคนขับ เพราะที่นี่ต้องมีคนขับเป็นเยเมนเท่านั้น ประเทศเยเมนไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเช่ารถขับไปกันเอง



สำหรับวีซ่านั้นฉันเตรียมรูปถ่ายติดตัวไปด้วย (แน่นอนรวมทั้งเงินดอลล่าร์สหรัฐด้วย แต่จำราคาไม่ได้) และไปทำเมื่อตอนไปถึงสนามบินที่ซานา ในลักษณะที่เรียกว่า Visa on arrival ไม่ได้ยุ่งยากเช่นกันและแถวไม่แยะยาวมาก และสุดท้ายก็เรื่องอาหารการกินและที่พัก ซึ่งแต่ละเมืองมีที่พักทั้งโรงแรม เกสต์เฮ้าส์ หรือแม้แต่พักบ้านชาวบ้านแบบโฮมเสตย์ให้เลือกหลากหลายระดับและราคา อาหารการกินก็เป็นแบบพวกเนื้อสัตว์ ปิ้ง ย่าง กับขนมปัง หรือ เคบับ พวกถั่ว ธัญญพืชก็มากหลายอยู่ รวมถึงผักผลไม้ต่าง ๆ ไม่ลำบากลำบนเลยซักนิดในทางกลับกันรสชาดอร่อยมากสำหรับฉัน

เที่ยวเกาะฟลอเรสและเกาะซุมบาวา อินโดนีเซีย (ต่อด้วยซุมบาวา) : Flores and Sumbawa Islands (Sumbawa)

เกาะซุมบาวา (Sumbawa (Island) วันที่สิบห้า "ลาก่อนฟลอเรส และ สวัสดีซุมบาวา" : The 15th day " Bye bye Flores and Hel...